นายกอบจ.ราชบุรี ร่วมงานปิดทองหลวงพ่อนวม และประเพณีพระสงฆ์เหยียบหลังกะเหรี่ยง ประจำปี 2569 ประเพณีเสริมสิริมงคลแห่งเดียวในไทย

นายกอบจ.ราชบุรี ร่วมงานปิดทองหลวงพ่อนวม และประเพณีพระสงฆ์เหยียบหลังกะเหรี่ยง ประจำปี 2569 ประเพณีเสริมสิริมงคลแห่งเดียวในไทย


  • 01/4/2569
นายกอบจ.ราชบุรี ร่วมงานปิดทองหลวงพ่อนวม และประเพณีพระสงฆ์เหยียบหลังกะเหรี่ยง ประจำปี 2569 ประเพณีเสริมสิริมงคลแห่งเดียวในไทย

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมพิธีเปิดงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อนวม ณ วัดแจ้งเจริญ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี
พร้อมด้วยนายสุธีร์ เล้าศศิวัฒนพงศ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นายมนตรี ใช่รุ่งเรือง และนายทินธนัท ธีรธนัทภูมิ เลขานุการนายกอบจ.ราชบุรี นายบุญธรรม ชูผล สมาชิกสภาอบจ.ราชบุรี อำเภอปากท่อ เขต 2 โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายเกรียงศักดิ์ มิตรประกอบโชค นายอำเภอวัดเพลง ผู้แทนส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
งานประเพณีดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 เมษายน 2569 เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยเฉพาะประเพณี “เหยียบหลังกะเหรี่ยง” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พร้อมเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญปิดทองพระพุทธรูป ได้แก่ หลวงพ่อนวม หลวงพ่อม่วง และหลวงพ่อป้อง ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ตำบลจอมประทัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีประชาชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งจากอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี รวมกว่า 1,000 คน ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี
สำหรับกิจกรรมสำคัญของงาน คือ พิธีให้พระสงฆ์เหยียบหลังในวันสุดท้ายของการจัดงาน โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธี อันถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และเป็นการรวมตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่
อบจ.ราชบุรี ได้มอบเงินอุดหนุนโครงการประเพณีพระสงฆ์เหยียบ หลังกะเหรี่ยง จำนวน 99,000 บาท แก่สภาวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ซึ่งทางอบจ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ของชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมอย่างยั่งยืน